รวมทุกเรื่องที่ควรทราบ ก่อนส่งพัสดุไปต่างประเทศ

รวมทุกเรื่องที่ควรทราบ ก่อนส่งพัสดุไปต่างประเทศ

ในยุคที่การค้าขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว การส่งพัสดุไปต่างประเทศได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของธุรกิจหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้า ขยายตลาดไปสู่ต่างแดน หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการส่งของขวัญให้คนสำคัญที่อยู่ห่างไกล แต่แน่นอนว่าการส่งของไปต่างประเทศนั้น ก็ยังมีกฎเกณฑ์และข้อบังคับบางอย่าง ที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อให้การขนส่งพัสดุนั้นราบรื่นและปราศจากปัญหาใดๆ

บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับทุกเรื่องสำคัญที่ควรทราบก่อนเริ่มการส่งพัสดุไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งของไปสิงคโปร์ในประเทศใกล้เคียง ข้อกำหนดด้านภาษี ค่าใช้จ่ายเอกสาร และอื่นๆ เพื่อให้การจัดส่งของคุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

1. ตรวจสอบพัสดุและข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

ในการส่งพัสดุไปต่างประเทศนั้น สิ่งแรกที่ผู้ส่งทุกคนควรทำคือ การตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางอย่างละเอียด เพราะแต่ละประเทศมีกฎระเบียบในการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่แตกต่างกัน การศึกษาข้อเหล่านี้เป็นอันดับแรกๆ จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การส่งของไปต่างประเทศแล้วติดศุลกากร หรือการถูกตีกลับพัสดุ ซึ่งจะเป็นการสิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายอย่างมาก โดยข้อกำหนดต่างๆ ที่ควรทราบนั้นมีดังนี้

1.1 กฎหมายการส่งพัสดุไปต่างประเทศ

กฎหมายศุลกากรของแต่ละประเทศยังมีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าบางประเภท ตัวอย่างเช่น

  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จะส่งไปยังสหภาพยุโรปต้องมีเครื่องหมาย CE marking เพื่อแสดงว่าสินค้าปลอดภัยตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป 

  • สินค้าอาหารและยาที่ส่งไปอเมริกาต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงาน FDA ก่อนจึงจะนำเข้าได้ 

การศึกษากฎหมายเหล่านี้จะช่วยให้การส่งของไปต่างประเทศเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น

1.2 ภาษีในการส่งพัสดุไปต่างประเทศ

ภาษีนำเข้า ภาษีศุลกากรต่างๆ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะแต่ละประเทศมีอัตราภาษีและวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน สินค้าบางประเภทอาจมีอัตราภาษีสูง ในขณะที่บางประเภทอาจได้รับการยกเว้นภาษีเมื่ออยู่ในกฎเกณฑ์ที่ระบุ โดยภาษีนำเข้าที่มีความสำคัญ ได้แก่ 

  • อากรขาเข้า: เป็นภาษีที่สินค้านำเข้าจะถูกเรียกเก็บโดยกรมศุลกากรของประเทศนั้นๆ โดยภาษีอากรขาเข้า จะคำนวณจากมูลค่าของสินค้า ค่าประกัน และค่าขนส่ง ก่อนนำมาคูณกับอัตราภาษีอากรขาเข้าที่แตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม: เป็นภาษีที่มีการเรียกเก็บจากการขายสินค้าและบริการต่างๆ รวมถึงการนำเข้าและส่งออกสินค้า

  • ภาษีสรรพสามิต: เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากการขายสินค้าและบริการ ที่มีเหตุผลต้องได้รับการเรียกเก็บสูงกว่าปกติ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำมัน สินค้าฟุ่มเฟือย เป็นต้น

1.3 ประเภทสินค้าที่ส่งได้-ส่งไม่ได้

การทราบถึงประเภทสินค้าที่ส่งได้ส่งไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและการถูกปฏิเสธการส่งพัสดุจากทางบริษัทขนส่งและกรมศุลกากรของแต่ละประเทศ โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่ห้ามส่งพัสดุไปต่างประเทศ มีดังนี้

สินค้าต้องห้ามที่ห้ามส่งโดยเด็ดขาด:

  • สิ่งเสพติดทุกประเภท

  • อาวุธปืน กระสุนปืน และสิ่งเทียมอาวุธ

  • วัตถุระเบิดและวัตถุไวไฟ (ดอกไม้ไฟ ประทัด แอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูง)

  • เงินสด ธนบัตร และตราสารหนี้

  • สัตว์มีชีวิตทุกประเภท ที่ยังมีชีวิต

  • พืชพันธุ์และเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะปลูก

  • สารเคมีอันตรายและวัตถุทางชีวภาพ

สินค้าอาหารที่มีข้อจำกัด (อาจต้องการเอกสาร หรือการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง):

  • อาหารสดทุกประเภท

  • เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์

  • ผลิตภัณฑ์จากนม (นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นมผง)

  • อาหารที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (แช่เย็น/แช่แข็ง)

แต่ละประเทศมีรายการสินค้าต้องห้ามที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งของไปฮ่องกง ส่งของไปอังกฤษ หรือการส่งของไปเยอรมัน ควรตรวจสอบข้อมูลเฉพาะของประเทศปลายทางก่อนทำการจัดส่งเสมอ

2. เข้าใจกระบวนการส่งของไปต่างประเทศ

การทำความเข้าใจวิธีส่งของไปต่างประเทศตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ส่งควรทราบก่อนส่งพัสดุไปต่างประเทศ เพื่อให้เข้าใจว่าพัสดุจะต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง รวมถึงการวางแผนและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยขั้นตอนการส่งพัสดุไปต่างประเทศแบบเบื้องต้น มีดังนี้

  • เลือกประเทศปลายทางที่ต้องการส่ง: ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการขนส่งไปยังประเทศนั้น

  • ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดพัสดุ: เพื่อการประเมินราคาและคำนวณค่าส่งของไปต่างประเทศที่แม่นยำ

  • เตรียมพัสดุให้พร้อม:  บรรจุหีบห่อให้แน่นหนา ติดฉลาก และกรอกเอกสารให้ครบถ้วน

  • เริ่มส่งพัสดุไปต่างประเทศ: นำพัสดุไปยื่นที่บริษัทขนส่งต่างประเทศที่เลือก กรอกข้อมูลผู้รับ-ส่ง และชำระเงินให้เรียบร้อย

  • ติดตามพัสดุ: ใช้หมายเลข Tracking พัสดุต่างประเทศที่ได้จากบริษัทขนส่งเพื่อติดตามสถานะในการส่งของ

3. เลือกรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสม

การเลือกรูปแบบการขนส่งต่างประเทศที่เหมาะสมมีผลต่อทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลาส่งของไปต่างประเทศ โดยปัจจุบัน รูปแบบการขนส่งต่างประเทศจะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

3.1 การขนส่งทางบก

เป็นการขนส่งด้วยรถยนต์หรือรถไฟ เหมาะสำหรับการส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศใกล้เคียงที่มีเส้นทางบกเชื่อมต่อ

ข้อดี:

  • ค่าขนส่งถูก เหมาะแก่การส่งระยะสั้น

  • ใช้ระยะเวลาขนส่งตั้งแต่หลักวัน จนถึงหลักสัปดาห์

ข้อควรระวัง:

  • ไม่เหมาะสำหรับการส่งออกไปยังประเทศที่ห่างไกล

  • ไม่สามารถส่งไปยังประเทศที่ไม่มีแผ่นดินเชื่อมกัน

  • อาจมีปัญหาจากการปิดชายแดนหรือจราจรติดขัด

3.2 การขนส่งทางทะเล

เป็นการส่งพัสดุไปต่างประเทศด้วยเรือ ใช้ระยะเวลาในการส่งตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป เหมาะสำหรับการส่งสินค้าไปยังประเทศที่ห่างไกล

ข้อดี:

  • ค่าขนส่งต่ำที่สุดในบรรดาสินค้าทั้งหมด

  • เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่หรือมีจำนวนและน้ำหนักมาก

  • สามารถขนส่งไปยังประเทศที่อยู่ห่างไกลได้

ข้อควรระวัง:

  • ใช้ระยะเวลานาน (1-2 สัปดาห์ขึ้นไป)

  • ประเทศปลายทางต้องมีท่าเรือ

  • อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในทะเล

3.3 การขนส่งทางอากาศ

เป็นการส่งพัสดุไปต่างประเทศด้วยเครื่องบิน เป็นรูปแบบการขนส่งที่รวดเร็วที่สุดเพียง 3-7 วัน

ข้อดี:

  • ใช้ระยะเวลาในการส่งเร็วที่สุด

  • เหมาะกับสินค้ามูลค่าสูง สินค้าเน่าเสียง่าย หรือเร่งด่วน

  • ความปลอดภัยสูง มีโอกาสสูญหายหรือเสียหายน้อยกว่าวิธีอื่น

ข้อควรระวัง:

  • ค่าส่งของไปต่างประเทศสูงที่สุดจากทั้ง 3 รูปแบบ

  • มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก

  • ประเทศปลายทางต้องมีท่าอากาศยาน

4. จัดการเอกสารการขนส่งให้เรียบร้อย

เอกสารถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการผ่านพิธีการศุลกากรเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ป้องกันความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ และภาคธุรกิจต่างๆ

4.1 เอกสารที่จำเป็น

เอกสารพื้นฐานที่จำเป็นในการส่งของไปต่างประเทศเชิงพาณิชย์ ประกอบด้วย

  • Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้า): เอกสารที่แสดงรายละเอียดสินค้า ปริมาณ ราคา ข้อมูลผู้ซื้อผู้ขาย

  • Packing List (รายการบรรจุหีบห่อ): เอกสารที่ระบุรายการสินค้าภายใน น้ำหนัก และขนาดของกล่องพัสดุ

  • Certificate of Origin (ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า): สำหรับอ้างอิงแหล่งกำเนิดสินค้า และใช้ขอสิทธิพิเศษทางภาษีตามข้อตกลงการค้าเสรี

  • Import/Export License (ใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออก): สำหรับสินค้าควบคุมบางประเภท

  • Certificate of Analysis (ใบรับรองมาตรฐานสินค้า): สำหรับสินค้าที่ต้องการการรับรองคุณภาพพิเศษ

สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการส่งของไปต่างประเทศ สามารถใช้เอกสารพื้นฐานดังนี้

  • บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต: สำหรับยืนยันตัวตน

  • ใบปะหน้าพัสดุ (Shipping Label): เป็นเอกสารแสดงข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อของผู้ส่งและผู้รับบนพัสดุ

  • ใบศุลกากร: เป็นเอกสารที่ใช้แสดงรายละเอียดสิ่งของภายในพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร แบ่งเป็น

    • ใบ CN22: สำหรับพัสดุที่มีมูลค่าไม่เกิน 10,000 บาท

    • ใบ CN23: สำหรับพัสดุที่มีมูลค่ามากกว่า 10,000 บาท

5. คำนวณค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

การประเมินค่าใช้จ่ายในการส่งของไปต่างประเทศ ช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณได้อย่างเหมาะสม ไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินกว่าความจำเป็น โดยเฉพาะในการส่งพัสดุไปต่างประเทศเชิงพาณิชย์ ที่ค่าขนส่งอาจส่งผลกับผลกำไรได้

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าขนส่ง

ปัจจัยต่างๆ ในการขนส่งที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย มีดังนี้

  • น้ำหนักและขนาดพัสดุ: ยิ่งมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ค่าขนส่งยิ่งสูง และบริษัทขนส่งบางแห่ง อาจพิจารณาค่าขนส่งจากน้ำหนักปริมาตร

  • ระยะทางและประเทศปลายทาง: ประเทศปลายทางที่อยู่ใกล้เคียง มักมีค่าขนส่งที่ถูกกว่าประเทศที่อยู่ห่างไกล

  • ความเร็วในการจัดส่ง: บริการขนส่งที่ใช้ระยะเวลาในการส่งเร็ว มักมีค่าบริการที่สูงกว่า

  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ: เช่น ค่าประกันภัยพัสดุ ค่าธรรมเนียมศุลกากร ค่าภาษี หรือค่าบรรจุหีบห่อ

6. เลือกบริษัทขนส่งที่น่าเชื่อถือ

การเลือกบริษัทขนส่งต่างประเทศที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้การส่งพัสดุไปต่างประเทศประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาใดๆ ตามมาในภายหลัง โดยบริษัทขนส่งที่ดีและเหมาะสมนั้น ควรมาพร้อมกับบริการครบวงจรนอกเหนือจากการส่งพัสดุไปต่างประเทศ เช่น

  • การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเอกสารและกฎระเบียบต่างๆ

  • การดำเนินพิธีการศุลกากร

  • ระบบ Tracking ติดตามพัสดุต่างประเทศแบบเรียลไทม์

  • การประกันความเสียหายหรือสูญหายของพัสดุระหว่างการขนส่ง

  • และการให้คำแนะนำและช่วยเหลือ

การส่งพัสดุไปต่างประเทศอาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่หากดำเนินการอย่างรอบคอบและถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาข้อกำหนดของประเทศปลายทาง การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน การเลือกรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสม การคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และการเลือกใช้บริการจากบริษัทขนส่งที่มีความน่าเชื่อถือ การจัดส่งของคุณจะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย เพื่อให้พัสดุของคุณเดินทางไปถึงมือผู้รับโดยสวัสดิภาพ

เลือก FBA Easy พาร์ทเนอร์ที่ใช่ สำหรับการส่งของไปต่างประเทศ

FBA Easy คือ บริษัทขนส่งต่างประเทศที่ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเอกสาร ส่งพัสดุไปต่างประเทศ และจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศครอบคลุมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นส่งของไปอเมริกา ยุโรป หรือเอเชีย พร้อมทางเลือกการขนส่งที่หลากหลายทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล ผ่านความร่วมมือกับบริษัทขนส่งชั้นนำกว่า 10 ราย รวมถึงมีบริการ Amazon FBA การจัดส่งสินค้าไปยังคลังสินค้าของ Amazon ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ และเยอรมัน FBA Easy ตอบโจทย์ทุกความต้องการเรื่องส่งของไปต่างประเทศ

ติดต่อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

LINE: @kartonexpress

Email: admin@karton.express

Facebook: www.facebook.com/fbaeasy